Bangkokdrug-Capsika-All

เนื่องด้วยบริษัท บางกอกดรัก จำกัดที่อยู่บนเส้นทางธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายยา มาตลอด20 ปีได้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกหมวดรักษา โดยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนั้นทางบริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Capsika” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรเทาปวดออกมาเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการในการรักษาสุขภาพ ทางภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าที่บริหาร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่บริษัท บางกอก ดรัก จำกัด เดินบนเส้นทางธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายยา เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “หุ้นส่วนผู้ซื่อสัตย์” ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น และมีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพ จะเห็นได้ว่าบริษัทบางกอกแลป แอนด์ คอสเมติก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาให้กับทางบางกอกดรัก เป็นโรงงานยาที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP , ISO 9001:2008 , ISO14001:2004 , BSI-OHSAS 18001:1999และ TIS 18001:25242 ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ถึงคุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์บริษัทฯ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยภก. ติระ ธนจิราวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ Capsika มีส่วนประกอบของสาร “แคปไซซิน ธรรมชาติ” (Natural Capsaicin) ที่สกัดได้จากพริกพันธุ์“ ยอดสนเข็ม 80” ซึ่งวิจัยพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ บริษัทบางกอกแลป แอนด์ คอสเมติก จำกัด ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปี ของผลิตภัณฑ์ Capsika เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากทางโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช,โรงพยาบาลรามาธิบดี,โรงพยาบาลจุฬาฯ,โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯลฯ เนื่องจาก Capsika มีการออกฤทธิ์ที่ไม่เหมือนกับยาทาแก้ปวดที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน ด้วยการออกฤทธิ์กระตุ้นตัวรับความรู้สึกปวดที่ปลายประสาทใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้สามารถยับยั้งการส่งความรู้สึกปวดต่างๆ ที่ส่งไปยังสมอง จึงสามารถลดอาการปวดต่างๆได้อย่างครอบคลุม ทั้งอาการปวดกล้ามเนื้อ(Muscle pain) , อาการปวดข้ออักเสบ(Arthritis pain) และอาการปวดปลายประสาท (Neuropathic pain) โดยเฉพาะอาการปวดปลายประสาทนั้น ปัจจุบันในวงการตลาดยาทาทั่วไปไม่มียาทาที่สามารถบรรเทาอาการปวดปลายประสาทได้ บริษัทมีการศึกษาโดยโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาล ศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น และโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้ใช้ยา Capsika เป็นยาร่วมเพื่อบรรเทาอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดข้ออักเสบ และปวดปลายประสาท โดยทา Capsika วันละ3-4 ครั้ง ทดลองติดต่อกัน 4-8 สัปดาห์ ผลสรุปปรากฏว่าสามารถลดอาการปวดดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งอย่างที่เรียนให้ทราบว่า Capsika ของเรานั้นมีส่วนประกอบของสาร Capsaicin ที่สกัดจากธรรมชาติ สามารถลดอาการปวดต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วยังมีความปลอดภัยสูงด้วย การใช้ Capsika Gel เพียงทาบางๆ ลงบนผิวหนังบริเวณที่มีอาการปวด โดยไม่ต้องถูนวด ตัวยา Capsika Gel จะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง และออกฤทธิ์ ทำให้รู้สึกอุ่น คลายจากอาการปวด นอกจากตัว Capsika Gel แล้วเรายังมี Capsika แบบ Sponge Pak ใหม่ สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น รูปแบบกะทัดรัด พกพาสะดวก เพียงทายาลงบริเวณที่ปวด ไม่เปื้อนมือ ได้ผลเร็ว จนรู้สึกได้ในทันที

ภก.สุนชัย พจมานเหมาะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า ด้านการตลาด Capsika มีช่องทางการตลาด 2 ช่องทาง คือ
1. ตลาดโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์
2. ตลาดร้านขายยา

ที่ผ่านมาตลาดส่วนใหญ่ 75 % อยู่ในตลาดโรงพยาบาล ร้านขายยามีส่วนแบ่ง 25 % ก็แสดงให้เห็นว่า Capsika ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งปกติแล้วขึ้นชื่อว่าสมุนไพรแล้วแพทย์แผนปัจจุบัน จะไม่ยอมรับ ซึ่งสมุนไพรในท้องตลาดไทย มีอยู่มากมาย แต่จะขายได้เฉพาะในร้านขายยาหรือร้านค้าทั่วไป แพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช้สมุนไพรหรอกครับ ถึงแม้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามสนับสนุนการใช้สมุนไพร โดยบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่หมอก็ยังไม่ยอมรับ เหตุผลหลักคือ ขาดผลการวิจัยในผลการรักษา และปริมาณตัวยาสำคัญไม่มีมาตรฐาน คือไม่มีการวิเคราะห์ปริมาณตัวยาสำคัญ แต่ Capsika ถือเป็นสมุนไพรตัวเดียวของไทยที่แก้ปัญหาความน่าเชื่อถือของแพทย์ได้ คือเรามีผลการวิจัยทางคลินิก โดยอาจารย์หมอจากโรงเรียนแพทย์ ส่วนเรื่องปริมาณตัวยาสำคัญเราก็มีการวิเคราะห์ตัวยาสำคัญทุก Lot. ที่ผลิต เหมือนกับยาแผนปัจจุบัน จึงได้รับการยอมรับในวางการแพทย์ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนการแพทย์ทุกแห่ง เช่น จุฬา, รามา, ศิริราช, พระมงกุฏ, วชิระ, ราชวิถี, เชียงใหม่, ขอนแก่น, นเรศวร, สงขลานครินคร์, บูรพา, ม.อุบล ครบทุกแห่ง ในตลาดโรงพยาบาลนั้น เราสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ยาบริษัทฝรั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบและการที่ Capsika ใช้วัตถุดิบในประเทศ ทำให้ไม่ต้องซื้อตัวยาสำคัญจากต่างประเทศ ทำให้ช่วยดุลการค้าของไทย ถือว่า Capsika เป็นยามาตรฐานเพียงตัวเดียวที่ไม่ต้อง ซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพราะปกติแล้ว ยาที่ผลิตภายในประเทศทุกตัว ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ 100 % เพราะเมืองไทยเรายังไม่สามารถผลิตวัตถุดิบยาแม้แต่ตัวเดียวในส่วนของการตลาดร้านขายยา ซึ่งเรายังมีส่วนแบ่งตลาดน้อยนั้นในปีนี้เราต้องการขยายตลาดในส่วนนี้อย่างมาก โดยเพิ่มกลยุทธ์ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ขึ้นมา โดยใช้งบประมาณ ประมาณ 8 ล้านบาท ในส่วนกลยุทธ์เดิมที่เราทำอยู่แล้ว คือเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ กับลูกค้าหรือ CRM และ Event marketing เราก็ยังคงทำอยู่เหมือนเดิมในส่วนของการสื่อสารทางการตลาด เราจะเน้นจุดเด่นที่ชัดเจนของ Capsika คือความเป็นไทย เราจะไม่เหมือนยาที่ทำในเมืองไทยตัวอื่นๆ ที่แม้จะผลิตในเมืองไทยแท้ๆ แต่พยายามสื่อสารกับผู้บริโภคว่าเป็นยานอก โดยใช้ presenter เป็นฝรั่ง หรือไปถ่ายทำเมืองนอก ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นยานอก ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่ายาฝรั่งขลังกว่ายาไทย แต่ Capsika จะสื่อถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน แต่เป็นไทยแบบคลาสสิคทันสมัย และมาตรฐานสากล ถึงเวลาแล้วที่เราจะเรียกศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ที่เราจะสู้กับฝรั่งได้อย่างสบาย
สำหรับตลาดต่างประเทศนั้น ขณะนี้เรามีตลาดที่ลาว เขมร และไนจีเรีย ต่อไปคาดว่าจะพยายามเข้าสู่ประเทศเอเชียอื่นๆ ออสเตรเรียและยุโรปในโอกาสต่อไปสำหรับเป้าหมายยอดขาย Capsika ปีนี้ตั้งไว้ที่ 72 ล้านบาท โดยมี % share ตลาดยาทาภายนอกแก้ปวดประมาณ 5 % คือตลาดรวมประมาณ 1500 ล้านบาท ส่วนปีหน้าคาดว่าจะทำยอดขาย100 ล้านบาท และ จะเติบโต 40-50 % ในปีต่อๆ ไป

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท บางกอกดรัก จำกัด
ตั้งอยู่เลขที่ 874 ซอย23 ถนนพระราม6 แขวงถนนเพชรบุรี
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 02-6139758-9
www.bangkokdrug.com
ที่มา http://www.varietynewsonline.com/entertainment/thai/2010/capsika/master.html

Comment