Bangkokdrug-Capsika

ทางบริษัท บางกอก ดรัก จำกัด ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Capsika” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรเทาอาการปวดออกมาเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการในการรักษาสำหรับเป้าหมายยอดขาย Capsika ปีนี้ตั้งไว้ที่ 72 ล้านบาท โดยมี % share ตลาดยาทาภายนอกแก้ปวดประมาณ 5 % คือตลาดรวมประมาณ 1500 ล้านบาท ส่วนปีหน้าคาดว่าจะทำยอดขาย 100 ล้านบาท และ จะเติบโต 40-50 % ในปีต่อๆ ไป
บริษัท บางกอก ดรัก จำกัด อยู่บนเส้นทางธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายยา มาตลอด 20 ปีได้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกหมวดรักษาโดยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าที่บริหาร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่บริษัท บางกอก ดรัก จำกัด เดินบนเส้นทางธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายยา เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “หุ้นส่วนผู้ซื่อสัตย์” ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น และมีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพ จะเห็นได้ว่าบริษัทบางกอกแลป แอนด์ คอสเมติก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาให้กับทางบางกอกดรัก เป็นโรงงานยาที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP , ISO 9001:2008 , ISO14001:2004 , BSI-OHSAS 18001:1999และ TIS 18001:25242

ภก.ติระ ธนจิราวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ Capsika มีส่วนประกอบของสาร “แคปไซซิน ธรรมชาติ” (Natural Capsaicin) ที่สกัดได้จากพริกพันธุ์“ ยอดสนเข็ม 80” ซึ่งวิจัยพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ บริษัทบางกอกแลป แอนด์ คอสเมติก จำกัด ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปี ของผลิตภัณฑ์ Capsika เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากทางโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช,โรงพยาบาลรามาธิบดี,โรงพยาบาลจุฬาฯ,โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯลฯ

เนื่องจาก Capsika มีการออกฤทธิ์ที่ไม่เหมือนกับยาทาแก้ปวดที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน ด้วยการออกฤทธิ์กระตุ้นตัวรับความรู้สึกปวดที่ปลายประสาทใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้สามารถยับยั้งการส่งความรู้สึกปวดต่างๆ ที่ส่งไปยังสมอง จึงสามารถลดอาการปวดต่างๆได้อย่างครอบคลุม ทั้งอาการปวดกล้ามเนื้อ(Muscle pain) , อาการปวดข้ออักเสบ(Arthritis pain) และอาการปวดปลายประสาท (Neuropathic pain) โดยเฉพาะอาการปวดปลายประสาทนั้น ปัจจุบันในวงการตลาดยาทาทั่วไปไม่มียาทาที่สามารถบรรเทาอาการปวดปลายประสาทได้
การใช้ Capsika Gel เพียงทาบางๆ ลงบนผิวหนังบริเวณที่มีอาการปวด โดยไม่ต้องถูนวด ตัวยา Capsika Gel จะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง และออกฤทธิ์ ทำให้รู้สึกอุ่น คลายจากอาการปวด นอกจากตัว Capsika Gel แล้วเรายังมี Capsika แบบ Sponge Pak ใหม่ สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น รูปแบบกะทัดรัด พกพาสะดวก เพียงทายาลงบริเวณที่ปวด ไม่เปื้อนมือ ได้ผลเร็ว จนรู้สึกได้ในทันที
ภก.สุนชัย พจมานเหมาะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า ด้านการตลาด Capsika มีช่องทางการตลาด 2 ช่องทาง คือ
1 ตลาดโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์
2 ตลาดร้านขายยา
ที่ผ่านมาตลาดส่วนใหญ่ 75 % อยู่ในตลาดโรงพยาบาล ร้านขายยามีส่วนแบ่ง 25 % ก็แสดงให้เห็นว่า Capsika ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งปกติแล้วขึ้นชื่อว่าสมุนไพรแล้วแพทย์แผนปัจจุบัน จะไม่ยอมรับ ซึ่งสมุนไพรในท้องตลาดไทย มีอยู่มากมาย แต่จะขายได้เฉพาะในร้านขายยาหรือร้านค้าทั่วไป แพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช้สมุนไพรหรอกครับ ถึงแม้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามสนับสนุนการใช้สมุนไพร โดยบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่หมอก็ยังไม่ยอมรับ เหตุผลหลักคือ ขาดผลการวิจัยในผลการรักษา และปริมาณตัวยาสำคัญไม่มีมาตรฐาน คือไม่มีการวิเคราะห์ปริมาณตัวยาสำคัญ แต่ Capsika ถือเป็นสมุนไพรตัวเดียวของไทยที่แก้ปัญหาความน่าเชื่อถือของแพทย์ได้
Capsika เป็นยามาตรฐานเพียงตัวเดียวที่ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพราะปกติแล้ว ยาที่ผลิตภายในประเทศทุกตัว ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ 100 % เพราะเมืองไทยเรายังไม่สามารถผลิตวัตถุดิบยาแม้แต่ตัวเดียวในส่วนของการตลาดร้านขายยา ซึ่งเรายังมีส่วนแบ่งตลาดน้อยนั้นในปีนี้เราต้องการขยายตลาดในส่วนนี้อย่างมาก โดยเพิ่มกลยุทธ์ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ขึ้นมา โดยใช้งบประมาณ ประมาณ 8 ล้านบาท ในส่วนกลยุทธ์เดิมที่เราทำอยู่แล้ว คือเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ กับลูกค้าหรือ CRM และ Event marketing เราก็ยังคงทำอยู่เหมือนเดิม
สำหรับตลาดต่างประเทศนั้น ขณะนี้เรามีตลาดที่ลาว เขมร และไนจีเรีย ต่อไปคาดว่าจะพยายามเข้าสู่ประเทศเอเชียอื่นๆ ออสเตรเรียและยุโรปในโอกาสต่อไป

ที่มา http://www.wiseknow.com/content/view/3016/1/

Comment